เมืองน้ำพุ Aix-en-Provence

Trip Aix-en-Provence, France : 11-12 June 2011

ความเดิมตอนที่แล้ว หลังจากที่เราเที่ยวทุ่งลาเวนเดอร์ที่เมืองวาลองโซลจนอิ่มหนำ และต้องปั่นจักรยานจนขาลากไปแล้ว ตอนกลับก็ยังต้องปั่นกลับมาอีก แถมที่วางเท้าจักรยานยังเกี่ยวถุงน่องขาดจนเป็นรู แง ชีวิตช่างบัดซบเพราะถุงน่องที่ใส่ดันเป็นสีดำอีกต่างหาก จะหาที่เปลี่ยนก็ไม่มี อ้อ ไม่ใช่สิ มีนะ เจอห้องน้ำสาธารณะอยู่ที่นี่ แต่เราเข้าไม่ไหวจริงๆ สภาพของมันไม่สามารถบรรยายได้เพราะมันเป็นอะไรที่รับไม่ได้ที่สุดของที่สุดแล้วจริงๆ แต่เอาเถอะ เราก็มีวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของเรา ช่วงนั้นกระแสถุงน่องขาดกำลังฮิต (แต่จริงๆ เราก็ไม่อยากจะฮิตกับเขาด้วยหรอกนะ จนกระทั่งวันนี้) เราก็เลยพยายามเดินมองเชิดไปข้างหน้าด้วยความมั่นสุดฤทธิ์ หารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วอิฉันก็อายโคตรๆ เหมือนกัน แล้วที่ทำท่าเดินแบบไม่มองใครก็กลัวจะเห็นสายตาคนอื่นมองเราแล้วส่งสายตากลับมาว่า ว้าย! อีนี่ ถุงน่องขาดนี่หว่าฉะนั้นแล 5555

แต่…แต่มันยังไม่จบค่ะ เพราะกว่าจะเอารถจักรยานมาคืนร้านเช่าได้ ร้านก็เกือบปิด แล้วทีนี้รถบัสคันสุดท้าย…ท้ายสุดของวันที่จะพาพวกเรากลับไปยังเมืองเอ็กซองโปรวองซ์นั้นจะออกจากสถานีภายในสิบหน้านาทีนี้แล้ว แล้วเราต้องทำไง นอกเหนือไปจากออกวิ่งเต็มแรง แรงเท่ากล้ามเนื้อขา ณ ช่วงเวลานั้นจะมาเราไปถึงรถบัสได้ มันเป็นช่วงเวลานรกแตก ไม่มีอะไรที่จะทุกข์ทรมานเท่ากับการเที่ยวในครั้งนี้ได้เลยจริงๆ 555

แล้วเราก็ทำสำเร็จค่ะ เกือบไม่ทันเหมือนกัน พอขึ้นรถมาได้ เราสองคนก็หลับเป็นตายเลยทีเดียว

หลังจากที่มาถึงเมืองเอ็กซองโปรวองซ์แล้ว ใจหนึ่งก็อยากกลับไปพักที่โรงแรม แต่อีกใจก็หิว ก็เลยพากันเดินหาร้านทั้งที่ถุงน่องอิฉันขาดๆ นี่แหละค่ะ

แต้แน่ว อาหารก็ตามภาพ จำชื่อเมนูไม่ได้แล้วค่ะ จำได้แต่ว่ากินซีซ่าสลัดไก่แล้วก็ของหวานเป็นทิรามิซุค่ะ

1

เรื่องกินสำหรับเรา ไม่หวั่นแม้วันมามาก เหงื่อโทรมกายเราก็บ่ยั่น ต้องหาอะไรใส่ท้องซะก่อน

2

กินเสร็จ เราก็มาหารถกลับโรงแรมค่ะ ตอนนั้นรถเมล์ก็หมดแล้ว ก็เลยเดินมาตรงจุดรอแท็กซี่ตรงภาพด้านล่างนี่แหละค่ะ แล้วก็โทรศัพท์เรียก พวกเราก็ยืนรออยู่นาน ไม่มีใครมาต่อคิวเลย แถมยังยืนรอจุดที่เขียน “รถแท็กซี่” เป๊ะๆ อีกด้วย พอรถแท็กซี่แล่นมาจอดตรงหน้า เราสองคนก็ขึ่นไปนั่งพร้อมกับบอกปลายทางกับคนขับเรียบร้อย ตอนที่รถแท็กซี่กำลังจะแล่นออกไป อยู่ๆ ก็มีป้ามาจากไหนไม่รู้มาเคาะๆ ประตูพูดกับคนขับ ด่าใหญ่เลยว่าฉันมาก่อน ทำไมฉันถึงไม่ได้ขึ้น เรากับนัทเลยเม้าท์ป้าเป็นภาษาไทย แหม ถ้าพวกเจ๊มาก่อนพวกฉันจริง แล้วทำไมพวกฉันถึงไม่เห็นเจ๊เลยล่ะจ๊ะ แท็กซี่เองก็ขี้เกียจจะเถียงกับป้า ก็เลยบอกให้ป้าไปโทร.ไปที่ศูนย์ใหม่เองก็แล้วกัน จากนั้นโชว์เฟอร์ก็หันมายักไหล่กับเราเบาๆ อย่างระอา นี่คือนิสัยแย่ๆ อย่างหนึ่งของสตรีสูงวัยชาวฝรั่งเศสค่ะ หึๆ

sam_1691

ตลอดค่ำคืนนั้น เรานอนปวดขาทั้งคืนจนต้องหาวิธีรักษาเฉพาะหน้าไปก่อน เช้าขึ้นมาเนื่องจากเรามีเวลาเที่ยวที่เมืองนี้น้อย แล้วตอนบ่ายต้องไปที่เมืองอื่นต่อ ก็เลยต้องรีบลุกออกมาเช็กเอาต์แล้วนั่งรถเมล์เข้าเมืองค่ะ

เมืองเอ็กซองโปรวองซ์นั้นในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของแคว้นโปรวองซ์นี่แหละค่ะ แม้ปัจจุบันจะไม่ได้เป็นเมืองหลวงของแคว้นแล้ว แต่ก็ยังมีความสำคัญในฐานะศูนย์กลางของอำนาจและความเจริญต่างๆ ยิ่งกว่านั้นแม้จะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ค่าครองชีพก็แอบแพงเหมือนกันนะคะ ที่เมืองนี้มีมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่โดดเด่นในด้านกฏหมาย ดังพอๆ กับที่เมืองตูลูสและปารีส ดังนั้นจึงไม่แปลกที่นักเรียนไทยที่เลือกเรียนด้านกฎหมายหลายคนจะเลือกเรียนที่เมืองนี้กันค่ะ

ที่เที่ยวเด่นๆ ของเมืองนี้คือถนนที่มีชื่อว่า “มิราโบ” (Le cour Mirabeau) หาไม่ยากค่ะ หาตั้งอยู่ใจกลางเมืองทอดจากวงเวียนน้ำพุเลย ความงามของถนนสายนี้คือต้น Platane ต้นอะไรก็ไม่รู้ค่ะ แต่มันคือต้นไม้ใหญ่ในภาพข้างล่างนี่แหละค่ะ ถ้าได้มาเที่ยวตอนหน้าใบไม้ผลิไปจนถึงหน้าร้อน เราก็ยังมีโอกาสได้เห็นความสวยงามของถนนสายนี้อยู่ ตรงกันข้ามกับหน้าใบไม้ร่วงกับหน้าหนาว ต้นไม้แถวนี้ก็จะโกร๋นกันเป็นแถวๆ

img_9009

ที่เมืองนี้มีร้านกาแฟเก่าแก่อยู่ร้านหนึ่งค่ะ ชื่อว่า Les deux garcons (เล เดอ การ์ซงหรือลูกชายสองคน) เก่าแก่ไม่เก่าแก่ก็คิดดูค่ะว่าเปิดมาตั้งแต่ปีค.ศ.1792 แล้ว ส่วนตัวเราไม่ได้ไปค่ะ เพราะลืมว่ามีอยู่ 555

3

เมืองเอ็กซองโปรวองซ์ ถ้าเขียนเป็นภาษาฝรั่งเศสจะเขียนว่า Aix-en-Provence แล้วคำว่า Aix เนี่ยแผลงมาจากคำว่า Aqua ในภาษาโรมันซึ่งแปลว่า น้ำ ดังนั้นถ้าหากใครแวะไปเยี่ยมเยียนที่เมืองนี้ก็จะเห็นน้ำพุแทบจะทุกตอกซอกซอยเลยทีเดียว เค้าว่ากันว่ามีเป็นร้อย จริงหรือเปล่าไม่รู้ เราก็ไม่ได้มีเวลาเดินนับมากมายขนาดนั้น อย่างตรงถนนมิราโบก็มีน้ำพุปาไปแล้วสามอันค่ะ

img_9017

4

เดินเหนื่อยแล้วก็มานั่งพักกินไอศกรีมสักนิด ใครว่าหน้าร้อนเมืองนอกไม่ร้อน แต่ที่แน่ๆ อิฉันเกรียมไปแล้วค่ะ จะสังเกตเห็นว่าตัวอาคารตรงถนนสายนี้ส่วนใหญ่จะทาเป็นสีเหลืองนวล

img_9024

กินติมเสร็จ เราก็เดินกลับมาที่ต้นทางค่ะ บริเวณนี้จะมีวงเวียนน้ำพุขนาดใหญ่ที่สุดของเมืองค่ะ มีชื่อว่า La fontaine de la Rotonde ค่ะ

img_9050

7

ในภาพเหมือนจะเล็กๆ เนอะ แต่ถ้าเทียบกับขนาดตัว เราว่าตัวเราใหญ่แล้ว น้ำพุของจริงใหญ่กว่ามากค่ะ

5

ความสำคัญของเมืองเอ็กซองโปรวองซ์นั้นคือเป็นแหล่งกำเนิดศิลปินเอกแนว Impressionism ค่ะ ที่โด่งดังเห็นจะเป็นปอล เซซาน ซึ่งมีรูปปั้นของเขาตั้งอยู่ในตัวเมืองอย่างภาพขวาบนนี่แหละค่ะ

6

เวลาเพียงครึ่งวัน เราก็เที่ยวได้แค่นี้นี่แหละค่ะ ไว้ไปซ่อมใหม่ ทริปหน้าเราจะขึ้นรถไฟไปต่อกันที่เมืองมาร์กเซยละน้า ไว้มีเวลาจะมาอัพให้อ่านอีกค่า

About Bee

Let's travel together
This entry was posted in Travel in France and tagged , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s