Marseille เมืองท่าแห่งประวัติศาสตร์ (1)

Trip Marseille, France : 13-14 June 2011

กว่าจะถึงบล็อกนี้ได้เพื่อมาอัพเกี่ยวกับทริปนี้โดยเฉพาะก็ปาเข้าไป…เอ่อ นานมากอ่ะ นับนิ้วไม่ถูก เอาเป็นว่าวันนี้ได้ฤกษ์มาเขียนบันทึกเกี่ยวกับการเที่ยวครั้งนี้กันสักทีแล้ววววว 🙂

Marseille ถ้าอ่านตามสำเนียงฝรั่งเศสจะอ่านออกเสียงประมาณว่า ‘มาร์กเซย’ แต่ถ้าจะเขียนให้ถูกต้องตามหลังราชบัญฑิตยสถานก็จะเขียนว่า ‘มาร์เซย’ ซึ่งมันทำให้เราแอบหงุดหงิดเล็กน้อยถึงปานกลาง เพราะมันไม่ใช่อ่ะ มันไม่ช่ายยยย มันไม่ใช่การอ่านเขียนที่ถูกต้อง แต่เอาเถอะ เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า

มาร์กเซยเป็นเมืองทางตอนใต้ ถือว่าเป็นเมืองท่าที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศฝรั่งเศส ยิ่งกว่านั้นเมืองนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกมากมายอย่างที่นึกไม่ถึงว่าจะมีเยอะขนาดนี้ ตอนแรกคิดว่าจะมีแค่ทะเลธรรมดา แต่พอหาข้อมูลก่อนมา ก็พบว่ามีหลายที่ที่อยากไป แต่ด้วยเวลาที่จำกัดทำให้เราเก็บได้เป็นบางที่เท่านั้นเอง

ภาพข้างล่างนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง บริเวณนี้เรียกว่า Le Vieux Port หรือ ท่าเรือเก่าค่ะ ทำไมถึงได้เรียกว่าท่าเรือเก่า หนึ่งคือเป็นท่าเรือเก่าแก่ที่สุดของเมืองมาร์กเซย สองก็เพราะว่ามีท่าเรือใหม่ถูกสร้างเอาไว้อีกที่หนึ่งตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 19 ดังนั้นท่าเรือแห่งนี้จึงกลายเป็นท่าเรือเก่าโดยปริยายนั่นเอง

1

บริเวณท่าเรือเก่าแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันในนามประตูสู่เมดิเตอร์เรเนียน แน่ละ เพราะติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนซะขนาดนั้น แล้วสมัยโบราณก็ยังเคยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญในการค้าขายระหว่างประเทศแถบชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและประเทศอาณานิคมของฝรั่งเศสอีกด้วยค่ะ

แต่ปัจจุบันนี้ นอกจากจะมีท่าเทียบเรือแล้ว ตรงลานกว้างข้างหน้ายังเป็นจุดขายตั๋วเรือท่องเที่ยว ซึ่งมีประมาณสองเจ้าใหญ่ๆ ด้วยกัน เจ้าแรกพาไปส่งยังเกาะต่างๆ ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ ใกล้ๆ เมืองมาร์กเซยนั่นแหละ ส่วนอีกเจ้าก็จะเป็นเรือท่องเที่ยวพาไปชมหน้าผาหินกลางทะเลหรือที่เราเรียกกันว่ากาล็องก์ (Les calanques) มันคืออะไรนั้น เรามีภาพให้ชมด้านล่างเพราะว่าเราไม่พลาดที่จะไปดูด้วยตาตัวเองอยู่แล้ว ฮี่ๆ

2

IMG_9077

เหตุที่เรามาที่ท่าเรือเก่าเป็นที่แรกนั้น ไม่ใช่เพียงแค่มาชมบรรยากาศเพียงอย่างเดียว แต่เรามาเพื่อขึ้นรถเมล์ค่ะ ซึ่งรถเมล์สายนี้จะนำเราไปสู่มหาวิหารบนยอดเขาที่มีชื่อว่าโนเตรอะดาม เดอลาการ์ด (Notre-Dame de la garde)

แต่กว่าเราจะขึ้นมาถึงโบสต์หรือมหาวิหารบนยอดเขาแห่งนี้ได้ เป็นอะไรที่สุดยอดมากกกกกกค่ะ เพราะทางขึ้น นอกจากจะเรียกได้ว่าชันสุดๆ แล้ว ถนนก็ยังทั้งเล็กทั้งแคบ แถมโค้งยังเยอะอีก เอาเข้าไป แต่โชว์เฟอร์เราเก่งค่ะ ขับราวกับเหาะ แป๊บเดียวก็มาถึงลานจอดรถด้านบนแล้ว

มาถึงเราก็ตะลึงตึงตึงค่ะ นอกจากอากาศจะดีมากๆ แ้ล้ว วิวทิวทัศน์หรือว่าความสวยงามต่างๆ เราให้เต็มสิบ เราเดินจากลานจอดรถขึ้นไปตามบันไดเลยค่ะ ระหว่างทางจะมีลานโล่งๆ ให้ชมวิวเป็นระยะ ไม่นานก็มาถึงลานหินอ่อนอันกว้างขว้างด้านบนค่ะ

ตัวมหาวิหารนั้นทำจากหินอ่อนสีขาวสลับเทาดังรูป เราว่าคล้ายๆ โบสถ์ที่เมืองฟลอเรนซ์ แต่ของที่โน่นจะมีสีเขียวกับแดงแทรกแซมอยู่ด้วย ตรงหน้าโบสถ์มีหอระฆังทรงสี่เหลี่ยมตั้งตระหง่านอยู่ เราหาข้อมูลดูพบว่าหอระฆังมีความสูงถึง 41 เมตรเลยทีเดียว ถัดจากตัวอาคารสีขาว บนยอดเราก็จะเห็นมีรูปปั้นสีทองของพระแม่มารีอุ้มเด็กหันหน้าออกสู่ทะเลเด่นเป็นสง่าเลยค่ะ เขาว่ากันว่าท่านจะช่วยปกปักรักษานักเดินเรือยามล่องเรือในทะเล

3

เรามาชมวิวด้านนอกตรงลานหินอ่อนก่อนค่ะ ขอบอกว่าข้างบนลมแรงมากถึงมากที่สุด แม้เราจะไปตอนหน้าร้อน แต่ลมบนยอดเขาก็สามารถค่ะ…ทำให้เราหวิวๆ หนาวๆ ได้ ยิ่งกว่านั้นตอนเราถ่ายรูปออกมา เจ้าลมบ้ายังผมเผ้าเรากระเซอะกระเซิงไปหมด ฮือๆ

เราเดินมาตรงริมกำแพงกันค่ะ ภาพข้างล่างนี้เรามองเห็นท่าเรือเก่าด้วย อยู่ตรงกลางรูปเลย…ตรงที่เห็นว่าเป็นแถบสีขาวๆ หลายๆ แถบนั่นแหละค่ะ ส่วนท่าเรือใหม่ก็จะอยู่ถัดขึ้นไปด้านบน ใกล้ๆ ตึกสูงสีฟ้าอมเทา

ความแตกต่างระหว่างท่าเรือใหม่และท่าเรือเก่านั้นคือ ท่าเรือเก่าไว้จอดเรือเล็ก ส่วนท่าเรือใหม่เอาไว้ให้เรือใหญ่เทียบท่าค่ะ

IMG_9101

เราเดินมาส่องอีกฝั่งบ้าง จากตรงนี้เราจะเห็นเกาะสองเกาะด้วยกัน คือชาโตดีฟ  (Chateau d’If) แล้วก็เกาะฟริอูล (Des iles du Frioul) ซึ่งเราจะเดินทางไปที่นั่นในวันถัดไป

IMG_9099

ส่วนภาพนี้เราลงเปรียบเทียบให้ดูว่า ชุมชนเมืองที่แออัดในเมืองมาร์กเซยกับอีกฟากหนึ่งซึ่งยังพอมีสีเขียวของธรรมชาติอยู่บ้างจะเป็นอย่างไร แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเลยเนอะ

4

5

หลังจากนั้นเราก็นั่งรถเมล์กลับลงมาที่ท่าเรือเก่าที่เดิมค่ะ มาต่อคิวซื้อตั๋วไปชมหน้าผาหินกลางทะเลกัน ตรงหน้าที่ขายตั๋วจะมีป้ายบอกรอบเวลาไว้ค่ะว่าเรือจะออกรอบไหนบ้าง

51

ได้ตั๋วแล้ว ก็ได้เวลาขึ้นเรือค่ะ ขาออกจากฝั่ง เราได้เห็นวิวอาคารเก่าๆ รอบชายฝั่งกันด้วย อย่างรูปข้างล่างนี้คือป้อมปราการแซ็งต์ฌองค่ะ (Fort Saint-Jean) เป็นตึกสีอิฐเก่าๆ สมัยปฏิวัติฝรั่งเศสเคยถูกใช้เป็นที่คุมขังนักโทษ จากนั้นก็ถูกยึดครองโดยกองทัพเยอรมันเพื่อหลบการโจมตีทางอากาศ ต่อจากนั้นไม่นานก็ถูกระเบิดทำลายจนป้อมปราการเสียหายเป็นบริเวณกว้าง

เห็นตรงส่วนที่แหว่งหายไปไหมคะ นั่นแหละค่ะคือจุดที่โดนระเบิด แต่นี่คือหลังจากที่ทำการซ่อมแซมตัวอาคารเรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันก็ได้ถูกเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์อารยธรรมยุโรปและเมดิเตอร์เรเนียน (The Museum of European and Mediterranean Civilisations) ซึ่งเราได้แค่ผ่าน แต่ยังไม่มีโอกาสเข้าไปดูข้างในเลยค่ะ

52

นี่ขนาดเรือแล่นออกมาไกลนะคะ เรายังมองเห็นโบสถ์บนยอดเขาได้ ก็คงเหมือนกับที่พระแม่มารีก็สามารถมองเราจากบนนู้นได้เช่นกัน สร้างความอุ่นใจให้แก่นักเดินเรือ

53

บนเรือมีนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาเที่ยวชมกาล็องก์หรือหน้าผาหินกลางทะเลไม่น้อยค่ะ มีไกด์บรรยายความเป็นมาเกี่ยวกับหน้าผาแต่ละที่ด้วยนะคะ ทราบมาว่าแต่ละที่ก็จะมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไปตามลักษณะรูปร่างของมันค่ะ

เรานำภาพให้ชมเป็นบางส่วน ขอบอกว่าของจริงยิ่งใหญ่มากกกกกกกกกก หน้าผาหินบางแห่งก็มีเรือรับส่งผู้โดยสารที่ชื่นชอบกีฬาวิบากจำพวกปีนหน้าผาหรือไม่ก็เดินไต่เขา บางที่ก็มีชายหาดที่แวดล้อมด้วยหน้าผา ดูเป็นส่วนตัวดีค่ะ

ณ จุดนี้ เราก็อยากรู้เหมือนกันว่าจะลงไปหาดส่วนตัวนั้นไปยังไง แล้วค่าเรือหรือค่าที่พักแพงมากหรือเปล่า เพราะตอนที่เราเห็น เราได้แต่มองตาปริบๆ อยู่บนเรืออีกลำ นึกอิจฉาคนที่ได้ไปค่ะ กระซิกๆ

54

55

56

สังเกตได้ว่าหน้าผาหินแต่ละแห่งจะมีรูปร่างหน้าตาไม่เหมือนกันเลย บางที่ก็ยังพอเห็นต้นหญ้าต้นไม้บ้าง หรือไม่ก็เห็นประภาคารหลังเล็กๆ บ้าง แต่บางที่ก็มีแค่หินปูนเพียงอย่างเดียว ทั้งสวยงาม ทั้งน่าทึ่งกับสิ่งที่ธรรมชาติสรรสร้างอย่างบอกไม่ถูกเเลยค่ะ

57

เราปิดท้ายเย็นวันนี้ด้วยร้านอาหารที่อยู่ไม่ไกลจากท่าเรือเก่ามากนัก ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ เพราะที่นั่นมันใกล้กับโรงแรมของเราด้วย แถมยังเป็นแหล่งรวบรวมอาหารพื้นเมืองเอาไว้หลายร้านอีกต่างหาก  (แน่นอนเป็นร้านสำหรับนักท่องเที่ยว พวกคนพื้นเมืองคงไม่ค่อยเหลียวแลกันอยู่แล้ว)

อาหารพื้นเมืองที่เราตั้งใจมาชิมในคืนนี้เรียกว่า ‘บุยยาเบส’ (Bouillabaisse) เป็นซุปทะเลรวมมิตร รสชาติเค็มๆ มันๆ ปะแล่มๆ บอกไม่ถูก 55555 จะเห็นว่าสีของน้ำซุปจะออกสีเหลืองนะคะ สีนี้ได้จากเกสรของหญ้าฝรั่นหรือ saffron ซึ่งเป็นเครื่องเทศที่มีราคาแพงอลังการ ส่วนพวกอาหารทะเลที่จะใส่ลงในซุปนั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะสั่งอะไร ยิ่งใส่มากก็ยิ่งแพง ขอบอกว่าไม่ได้ล้อเล่น เพราะเป็นอาหารที่มีราคาแพงมากจริงๆ อย่างของเราตกจานละ 45 ยูโร ส่วนอีกจานก็เกือบๆ 60 ยูโรเชียวละค่ะ ที่บ่นว่าแพงคือมันอร่อยไม่สมราคาอะ เสียใจ

เขาจะเสิร์ฟพร้อมขนมปังบาแก็ตหั่นเป็นชิ้นๆ กินกับซอสสีแดงอิฐ รสชาติเค็มๆ มันๆ ที่เรียกว่าซอสรุย (Sauce Rouille) อิ่มไปอีกมื้อค่ะ

ทริปเมืองมาร์กเซยยังไม่จบเพียงเท่านี้นะคะ เจอกันใหม่บล็อกหน้าค่ะ

To be continued…

ต่อตอนที่ (2) ตรงนี้เลยจ้า Marseille เมืองท่าแห่งประวัติศาสตร์ (2)

96

Advertisements

About Bee

Let's travel together
This entry was posted in Travel in France and tagged , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , . Bookmark the permalink.

4 Responses to Marseille เมืองท่าแห่งประวัติศาสตร์ (1)

  1. Pingback: Marseille เมืองท่าแห่งประวัติศาสตร์ (2) | Jelly Beans

  2. Pamela Wenzel says:

    ตึกสีฟ้าเทา คือบริษัทยักษ์ใหญ่ท่าเรือคอนแทรนเนอร์คะ ชื่อCMA คะ

    • Jelly Beans says:

      ตึกที่สูงๆ นะเหรอคะ ความรู้ใหม่เลย ที่บอกว่าเพิ่งย้ายมามาร์กเซยคือทำงานที่นั่นใช่ไหมคะ เรารู้จักน้องนักศึกษาที่เรียนอยู่ที่นั่นค่ะ ถ้าคุณ Pamela Wenzel อยากทำความรู้จักบอกได้นะคะ

      • Pamela Wenzel says:

        สวัสดีคะ
        ยินดีมากที่จะได้รู้จักนักเรียนไทยที่มาเรียนที่นี่นะคะ มหาวิทยาลัยที่นี่ดีมากคะ. สามีย้ายงานมาคะ สามีเป็นคนฝรั่งเศสคะ ใจดีคะ ทำงานที่บริษัท ยักษ์ใหญ่อย่าง CMA คะ เป็นบริษัทท่าเรือ เหมือนกับ PSA ของ สิงค์โปร์ คะ และก็ทำที่แหลมฉบังคะ ตอนนั้นเป็นผู้บริหาร ที่แหลมฉบังคะจนเป็นแหลมฉบังทุกวันนี้คะ ให้น้องเขาติดต่อมายัง FB ได้คะ ใช้ใน นั้นว่า. Pamela Wenzel หรือ ลองกด เข้า Google ชื่อสามีคะ. Boris Wenzel คะ ก็จะติดต่อ ได้เลยคะ ยินดีมากคะ และขอขอบคุณนะคะ ที่เขียนกลับมาคะ จะตามไปดูที่เที่ยวต่างๆนะคะ. ดีมากเลยคะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s