Isle of Skye เกาะอะไรทำไมสวยไปทุกมุม

Trip Scotland Highlands, UK : 07 – 11 April 2018

เราพักอยู่ที่ Airbnb ของ Luarie ที่เมือง Torrin บนเกาะ Isle of Skye
มันเป็นบังกะโลหลังเล็กๆ แยกออกมาจากตัวบ้านหลัก ทำให้เรารู้สึกเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น
Luarie เป็นคุณลุงที่มีอาชีพเป็นชาวไร่และเลี้ยงวัว คอกวัวของคุณลุง Luarie อยู่ตรงข้ามบ้าน ข้ามถนนไปก็ถึง

Luarie พาเราไปดูวัวของเขาตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็น เขาแนะนำและบอกชื่อวัวแต่ละตัวให้เรารู้จัก แต่ถามว่าเราจำได้หมดไหม แฮะๆ จำไม่ได้แน่นอน

สำเนียงอังกฤษของคนบนเกาะนี้ฟังยากมากๆ เราสังเกตได้ว่ายิ่งมาเที่ยวตอนบนๆ ของฝั่ง UK มากเท่าไหร่ ภาษาอังกฤษก็ยิ่งฟังยากมากขึ้นเท่านั้น แต่กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้ความ nice ของคนที่นี่ลดลงไปเลย

Luarie ถามพวกเราว่ามาเที่ยวกันกี่วัน เมื่อได้คำตอบเขาก็แนะนำจุดท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด ก่อนจะปล่อยให้เราพักผ่อนหย่อนใจ เพราะกว่าจะมาถึงที่พักได้พระอาทิตย์ก็ตกดินไปนานแล้ว

แสงแดดยามเช้าทำให้เราเห็นภาพรอบๆ ที่พักได้ชัดเจนขึ้น เราเทซีเรียลผสมกับนมสดเย็นจัดที่ Luarie เตรียมไว้ให้ ถือมานั่งกินริมหน้าต่าง มันเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ วิวสวยๆ ยามเช้าทำให้อาหารรองท้องมื้อนี้หมดไปอย่างรวดเร็ว

DSC09557

DSC09568

DSC09576

เราเดินถ่ายรูปรอบๆ ที่พักค่ะ และภาพข้างล่างนี้ก็คือคอกวัวของ Luarie ที่เล่าให้ฟัง 🙂

DSC09565

จากนั้นเราก็เตรียมตัวออกไปผจญภัยกันค่ะ
วิวทิวทัศน์สองข้างทางก็จะเป็นแนวอะไรประมาณนี้ และแล้วเราก็เจอก้อนขาวๆ อะไรสักอย่างเต็มข้างถนน
น้องแกะนั่นเอง แกะตัวกลมๆ ขาวๆ ขนฟูๆ ยืนกระจัดกระจายกินหญ้าอยู่เต็มไปหมด
พวกเราไม่รอช้า จอดรถข้างทาง แวะแชะภาพกับพวกมัน แล้วดูบรรยากาศรอบข้างสิคะ เป็นอะไรที่สวยมากจริงๆ

DSC09583

DSC09579

การไปถ่ายรูปกับน้องแกะใกล้ๆ นั้นมันไม่ง่ายเลยสักนิด
เอาจริงๆ แล้วล่ะกัน มันก็ค่อนข้างกลัวเรา แล้วเรา…ก็แอบกลัวพวกมันเหมือนกัน
เพราะอะไรอ่ะเหรอ ก็เสียงของพวกมันนะสิ มันไม่ได้ร้อง’แบ้’ ด้วยน้ำเสียงใสๆ เล็กๆ สั่นในลำคอนิดๆ น่าฟังแบบในการ์ตูนหรอกนะ แต่เสียงร้องของมันจะดังเสียง ‘แบ้’ ด้วยเสียงที่ค่อนข้างห้าวและใหญ่ เหมือนมันกำลังจะพ่นอ้วกออกมาจากในลำคอ
หมดกัน…
ขอโทษจริงๆ ที่ทำให้จินตนาการวัยเด็กของทุกท่านถูกทำลายไป…

DSC09586

DSC09585

DSC09580

เราแวะไปหาอะไรกินและซื้อสะเบียงกักตุนเพิ่มเติมที่เมืองหลวงของเกาะค่ะ
Portree เป็นเมืองที่ดูเป็นเมื้องเมือง มีร้านอาหาร มีเกสต์เฮ้าส์เล็กๆ อยู่เต็มไปหมด
เราแวะมาถ่ายรูปตรงจุดไฮไลท์ของเมืองกันค่ะ

DSC09654

DSC09655

แล้วเราก็ควักแซนวิชและขนมที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อมานั่งกินกัน

DCIM100GOPROGOPR1613.JPG

ถามว่าวิวข้างหน้าเป็นยังไง ก็อย่างในรูปข้างล่าง…
มีทั้งภูเขา แม่น้ำ เป็นอาหารตาอาหารใจ

DSC09649

เราขับรถไปต่อกันที่สะพาน Sligachan ตั้งอยู่ระหว่างเมือง Portree กับเมือง Bradford

DSC09611

เป็นสะพานเก่าแก่ที่ตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1820 ตัดข้ามแม่น้ำ Sligachan
เป็นสะพานที่เจาะฐานเป็นรูปโค้งๆ มีทั้งหมดสามโค้งด้วยกัน

DSC09620

ความน่าสนใจของสะพานแห่งนี้ไม่ได้มีแค่นั้น มีตำนานบอกไว้ว่าถ้าใครอยากมีความงามเป็นอมตะก็ให้เอาหน้าจุ่มลงไปในน้ำตรงบริเวณสะพานแห่งนี้เป็นเวลา 7 วินาที จากนั้นก็ปล่อยทิ้งไว้ให้น้ำแห้งจากหน้าเราไปเอง แล้วใบหน้าของเราก็จะคงความเยาว์วัยไปตลอดกาล

แม่น้ำ Sligachan ใสสะอาดมากๆ ถามว่าเราได้ทำตามอย่างตำนานไหม ใจไม่กล้าค่ะ เพราะเขาบอกว่าต้องก้มหน้าลงไปให้น้ำสัมผัสหน้า ห้ามเอามือวักน้ำขึ้นมาล้างหน้า
ที่เราใจไม่กล้าไม่ใช่เพราะน้ำลึกหรืออะไร แต่น้ำมันเย็นมากกกกกกกกก เย็นเกินไป กลัวหนังหน้าจะเป็นตะคริวเอาค่ะ 😀

DSC09629

DSC09640

DSC09618

DSC09636

DSC09646

จากนั้นเราก็ขับรถไปต่อกันค่ะ สถานที่ต่อไปที่เราจะไปกันนั้นถือเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวและช่างภาพบนเกาะสกายแห่งนี้เลยค่ะ

DSC09602

สถานที่นั้นก็คือ The Old man of Storr ค่ะ
เราสามารถจอดรถได้ตรงทางเข้า ยาวเรื่อยไปตามริมถนนค่ะ จากนั้นเราก็เดินผ่านประตูเข้ามา แล้วก็อย่าลืมปิดประตูตามหลังด้วยนะคะ
เราจะเจอประตูแบบนี้ไปเรื่อยๆ น่าจะราวๆ 3-4 ครั้งด้วยกัน เหมือนเป็นการบอกระดับความยากของการปีนเขาไปเรื่อยๆ

DSC09665

แนวเขาที่เราเห็นอยู่ข้างหน้านั้นจากจุดเร่ิมต้นยังไม่ใช่ The Old man of Storr นะคะ
พระเอกตัวจริงยังถูกตัวรองบดบังความโดดเด่นเอาไว้ แม้แต่เราเอง…ตอนเดินยังคิดว่าทำไมมันไม่เห็นเหมือนในรูปที่อ่านรีวิวเลยอ่ะ แต่พอเดินไปเรื่อยๆ เราก็จะเข้าใจเองว่ามันยังไม่ถึงที่ที่ของมัน เพราะฉะนั้นก็ต้องอดทนไปจนเกือบๆ ปลายทางนู่นแน่ะค่ะ

DSC09670

ระดับการเดิน stage แรกนั้นยังไม่ยากเท่าไหร่ ทางชันก็จริง แต่ยังอยู่ในจุดที่เรียกว่าเดินง่ายสำหรับเรา
เราเดินไปถ่ายรูปไป แต่อย่ามองไปข้างหน้าอย่างเดียวนะคะ ระหว่างหยุดพักให้ลองหมุนตัวหันหลังกลับมา…แล้วคุณจะพบว่าสวรรค์อยู่ไม่ไกลเลย

DSC09678

ฮืออออ มันสวยมากจริงๆ
ขอบอกว่ารูปที่ถ่ายไม่ได้ผ่านฟิลเตอร์ใดๆ ทั้งสิ้น ผ่านเลนส์กล้องล้วนๆ ค่ะ

DSC09729

การเดินผ่านสเตจไปแต่ละสเตจ ความยากก็เพิ่มขึ้นตามลำดับ
จากภาพด้านบนเราไม่แน่ใจว่าอยู่ที่ระดับเท่าไหร่ แต่น่าจะเกือบถึงจุดที่ยากที่สุดแล้ว
ถึงแม้ความยากของสเตจนี้ยังเป็นรอง แต่ดูระดับความชันที่เราต้องเผชิญสิคะ ของจริงเนี่ยชันจนน่าจะทำมุมราวๆ 42 องศาได้
ถามว่าเหนื่อยขนาดไหน ?
เหนื่อยมากกกกก เดินไปบ่นไปว่าจะเอาตัวเองขึ้นมาทรมานทำไมก็ไม่รู้

DCIM100GOPROGOPR1648.JPG

นี่คือภาพก่อนเริ่มสเตจยากสุดของเราค่ะ เพราะระหว่างปีนขึ้นช่วงนี้ก็ไม่ค่อยได้ถ่ายภาพเท่าไหร่แล้ว ต้องเอาชีวิตตัวเองให้รอดก่อน

ก่อนหน้านั้นเราจะเห็นว่ามีก้อนหินช่วยให้เดินไต่ขึ้นมาบ้างเป็นระยะ แต่ไอ้สเตจสุดท้ายที่ว่านี้มันคือโคลนที่แทรกระหว่างหญ้าลื่นๆ มิหนำซ้ำยังชันอีกต่างหาก กว่าจะไต่ขึ้นมาได้ก็อยากร้องไห้ไปหลายที

เสื้อผ้าที่ใส่มาหลายชั้นกันหนาวก็เริ่มถอดพับเก็บใส่กระเป๋าสะพายหลังไว้

DCIM100GOPROGOPR1650.JPG

เมื่อผ่านจุดยากที่สุดมาได้แล้ว การเดินก็จะง่ายขึ้นค่ะ เพราะตอนนี้เราปีนขึ้นมาถึงแนวเขาที่เรามองเห็นมาตั้งแต่ลานจอดรถแล้ว จากจุดนี้เราก็ต้องเดินอ้อมภูเขาเหล่านี้ไปค่ะ

DSC09688

เอาจริงๆ ตอนเดินก็งงๆ กับเส้นทางเหมือนกัน เพราะไม่มีป้ายบอกทาง ไม่รู้จะเดินไปทางไหน
ถ้าเดินต่อไปเราจะเห็นสิ่งที่เราอยากเห็นหรือเปล่า?
ถ้าเดินผิดทางแล้วย้อนกลับไปมามันจะเสียเวลามากไหม?
คำถามหลายแหล่มันผุดขึ้นมาในหัวไม่หยุด แต่เราก็ให้กำลังใจกันและกันว่าเอาเถอะ ลองๆ เดินไปดู

เราเองก็เห็นนักท่องเที่ยวคู่หนึ่งเดินงงๆ หาทางเหมือนพวกเราเหมือนกัน พอเห็นพวกเราเดินนำไป พวกเขาก็ลองเดินตามพวกเราดูค่ะ

DCIM100GOPROGOPR1658.JPG

ถามว่าเวลามาเที่ยวอะไรแบบนี้ พวกเราใช้เวลาไปกับการคุยเรื่องอะไร
เอาจริงๆ ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ไร้สาระบ้าง มีสาระบ้างปนๆ กันไป บางทีก็พูดถึงต้นไม้ดอกไม้ข้างทาง แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นเรื่องท่องเที่ยวในอดีตมากกว่าว่าสมัยนั้นเราทำอะไร ไปเจออะไรมาบ้างถ้าเทียบกับตอนนี้

DSC09701

เดินไปคุยไปเพลินๆ หันหลังกลับมา อ้าว! The old man of Storr ที่เราตามหา มันอยู่ตรงนี้นี่เอง!

DSC09702

กว่าจะข้ึนมาถึงนี่ได้ เราเห็นหลายคนน่าจะถอดใจไปเยอะเหมือนกัน เชื่อเถอะค่ะ แข็งใจอีกนิด หลังจากผ่าน stage เกือบสุดท้ายกับอันท้ายสุดมาได้แล้ว มันก็ไม่มีอะไรที่ยากอีกต่อไป

DSC09707

The Old Man of Storr คือภูเขาที่ธรรมชาติกัดเซาะจนมีรูปร่างเป็นแท่งแปลกๆ
มองแบบไม่คิดอะไร มันก็คือก้อนหินธรรมดาก้อนหนึ่ง แต่พอประกอบกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว ต้องบอกว่า…โคตรสวยเลยว่ะ! มันทำให้หินยักษ์ก้อนนี้สวยโดดเด่นแบบเอาอะไรมาเปรียบไม่ได้

DSC09704

ลองนึกย้อนลงไป เดินเหนื่อยมาเป็นชั่วโมงๆ แต่พอมาถึงจุดนี้ มันชื่นใจมากจริงๆ

DSC09721

เราชื่นชมทิวทัศน์อยู่สักพักจนหายเหนื่อย ความหนาวก็เริ่มกลับมาอีกครั้งพร้อมกับลมบนยอดเขาที่พัดแรงขึ้นทุกที บ่งบอกได้ว่าป่ะพวกเรา! ได้เวลาเดินกลับกันแล้ว

DSC09723

DCIM100GOPROGOPR1681.JPG

ขอบคุณโลกนี้ที่สรรค์สร้างสิ่งสวยงามเอาไว้ให้เราชื่นชม ดูวิวขาลงสิคะ ดูยังไงก็ไม่เบื่อเลย

DSC09726

DSC09733

DSC09728

แวะถ่ายรูปน้องแกะตรงลานจอดรถ 🙂

DSC09736

ถัดจาก The Old Man of Storr เราก็มาขับรถมาต่อกันที่ Kilt Rock ค่ะ
Kilt Rock ที่ว่านี้คือชื่อหน้าผาค่ะ แต่ไม่ใช่หน้าผาธรรมดา แต่เป็นหน้าผาที่มีน้ำตก Mealt Falls ไหลผ่านไปยังมหาสมุทร

DSC09748

DSC09753

DSC09750

นอกจากนี้ยังมีชายหาดด้านล่างไม่ไกลจาก Kilt Rock มากนัก เป็นจุดที่คนค้นพบรอยเท้าของไดโนเสาร์ค่ะ
ภาพข้างล่างนี้ไม่ใช่รอยเท้าของจริงนะคะ เป็นแค่รอยจำลองให้คนลองเดินค้นหาดูค่ะ
อย่างว่าบนเกาะนี้มันเต็มไปด้วยเรื่องเล่าและตำนานต่างๆมากมาย

DSC09742

จากนั้นเราก็ขับรถมาต่อกันที่ Neist Point กันค่ะ เราค่อนข้างเร่งทำเวลากันนิดหนึ่งเพราะมันบ่ายแก่แล้ว แถมยังเหลือที่เที่ยวอีกหนึ่งที่ที่จะต้องไป
Neist Point ที่ว่านี้อยู่อีกฟากหนึ่งของตัวเกาะเลยค่ะ
ความสวยงามไม่ต้องพูดถึง มันสวยมากๆ มันเป็นแหลมที่แบบเห็นครั้งแรกแล้วร้องว้าว
จำได้ดีกว่าวันที่ไปนั้นลมแรงมากๆ หนาวสุดๆ

DSC09783

ใจจริงเราอยากเดินลงไปจนถึงประภาคารที่อยู่ตรงปลายสุด Neist Point แต่เราไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน ยืนมองไตร่ตรองอยู่นาน เลยตัดสินใจอยู่ถ่ายรูปแค่ด้านบนก็พอ

9A2A067F-C12B-4AB8-AB25-E080ED289800

บนนั้นนอกจากแหลมสวยๆ ที่ยื่นลงไปกลางทะเลก็ไม่มีอะไรเลยค่ะ ตรงลานจอดรถมีร้านขายเครื่องดื่มอยู่ร้านหนึ่ง
เราสองคนยังคุยกันว่าพนักงานขายร้านนี้ต้องแบบว่าอดทนสุดๆ เพราะขับรถเข้ามาก็ยาก แถมยังต้องทำงานคนเดียว ได้เจอแค่นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวแป๊บๆ แล้วก็กลับแค่นั้น แต่คนขายต้องอยู่ที่นั่นทั้งวันทุกวัน ถ้าไม่มีนักท่องเที่ยวต้องเงียบเหงามากๆ น่าดู

DSC09791

และแล้วก็ได้เวลาออกเดินทางไปสู่จุดหมายปลายทางสุดท้ายของวันนี้ค่ะ
เราชอบชื่อของมันมาก เพราะมันดูน่ารักน่าชัง
จุดหมายของเรามีนามว่า Fairy Pools ค่ะ

DSC09810

DSC09811

Fairy pools อยู่ไม่ไกลจากเมือง Carbost มากนัก ตอนที่เราไปถึงก็เหลือนักท่องเที่ยวน้อยเต็มที เพราะมันใกล้จะค่ำแล้ว แต่เราก็ตัดสินใจเดินไปกันค่ะ แม้จะเห็นว่า Fairy pools อยู่ไกลลิบๆ ก็ตามที

DSC09821

ความสวยงามรอบตัวมันเกินคำบรรยาย เราใช้เวลาเดินน่าจะเกือบๆ ชั่วโมงได้กว่าจะเห็นสระน้ำแห่งแรกค่ะ

DSC09828

DSC09840

DSC09838

ว่ากันว่าน้ำที่นี่สะอาดมากๆ หากมาตอนหน้าร้อน เราก็สามารถลงไปว่ายน้ำเล่นในสระได้ค่ะ แต่มีข้อแม้ว่าต้องล้างครีมกันแดดหรืออะไรก็แล้วแต่ที่เคลือบตัวเราอยู่ออกให้มากที่สุดก่อนที่จะลงไปในน้ำ เพราะเขาต้องการให้สารเคมีปนเปื้อนในน้ำน้อยที่สุด

DSC09843

DSC09846

DSC09860

DSC09862

เราเดินเล่นกันสักพัก พอเห็นนักท่องเที่ยวกลุ่มสุดท้ายเริ่มทยอยเดินกันกลับ เราสองคนเลยกลับบ้าง เพราะกลัวว่ามันจะมืดก่อนจะเดินไปถึงรถของตัวเองค่ะ

แล้วเราก็ขับรถกลับบ้านไปกินข้าวนอนเอาแรงก่อนขับรถออกจากเกาะกลับไปยังเอดินเบอระในวันรุ่งขึ้น

DSC09815

เช้านี้เราร่ำลา Luarie ก่อนกลับค่ะ แล้วก็ออกเดินทางกันตั้งแต่ 7 โมงเช้า
พวกเราไม่ได้ขับย้อนกลับไปทางเดิม แต่ขับไปอีกทางผ่านทะลุเมือง Inverness แล้วก็ขับย้อนลงไปทาง Edinburgh ค่ะ

เราแวะเที่ยวกันที่ Urquhart Castle ค่ะ เป็นปราสาทริมทะเลสาบ Loch Ness ที่ตามตำนานว่ากันว่าจุดนี้มีคนเคยเห็นสัตว์ประหลาดดำผุดดำว่ายกันอยู่แถวๆ นี้

เพราะฉะนั้นตั้งแต่เข้าเมืองมา เราจะเห็นรูปปั้นหรือตุ๊กตาเป็นรูปสัตว์ประหลาด Loch Ness อยู่เต็มไปหมด

DSC09881

แต่ก็น่าเสียดายมากค่ะ เรามาถึงที่นี่เช้าเกินไป ยังไม่เปิดให้บริการ เราจึงเข้าไปไม่ได้ เลยได้แต่ถ่ายรูปจากข้างนอกแล้วก็ขับรถต่อไปกัน

พวกเรารอไม่ได้ค่ะ ไม่อย่างนั้นอาจจะเอารถไปคืนไม่ทันแล้วก็อาจจะตกเครื่องได้

DSC09882

เราแวะหาอะไรกินกันสักแป๊บที่เมือง Inverness ค่ะ ว่ากันว่าเมืองนี้โรแมนติกมากๆ
พวกเราคงจะมาถึงในช่วงหน้าหนาว เราจึงไม่เห็นความโรแมนติกเท่าไหร่

DSC09902

ไม่รู้เราคิดไปเองหรือเปล่า เรารู้สึกอากาศที่เมืองนี้หนาวมากกกกก หนาวจึงมือไม้ชาไปหมด

DSC09906

DSC09919

แต่อุปสรรคในการกลับบ้านยังไม่หมดแต่เพียงแค่นั้น พอเราขับรถออกจากเมือง Inverness ได้ ฝนก็ตกลงมาอย่างหนักและตกอย่างต่อเนื่องไปจนถึง Edinburgh

อย่างไรก็ตามเราก็สามารถขึ้นเครื่องบินกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย เก็บความประทับใจใส่ในความทรงจำเอาไว้ บอกตัวเองว่าถ้ามีโอกาส…ก็จะต้องกลับมาที่เกาะ Skye อีกครั้ง เพราะยังมีอีกหลายที่ที่เราอยากจะไป อยากจะไปถ่ายรูปเก็บไว้ อยากจะไปเห็นด้วยตาของตัวเอง

ทริปสก็อตแลนต์ของเราก็จบแต่เพียงเท่านี้ ทริปหน้าเราจะไปไหน อย่าลืมกดติดตามไว้กันนะคะ 🙂

About Bee

Let's travel together
This entry was posted in Travel in Europe and tagged , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s